| Blackmage's profile~.Blackmage LArk.~PhotosBlogLists | Help |
|
|||||
|
~.Blackmage LArk.~(-'(I)'-)/") Are you feeling fine? June 28 Congratulation Ta-Noteช่วงนี้เด็กจุฬารับปริญญา แล้ววันนี้เป็นวันถ่ายรูป ขวัญเลยไปช่วยถ่ายรูป
ให้ตาโน้ตตั้งแต่เช้า ตาโน้ตเอารถไปจอดที่ห้างจามจุรี รถเยอะมากกก
กว่าจะหาที่ให้รถสิงสถิตได้ก็ชั้น 9 นู่น ยังกะเล่นเครื่องเล่นหมุนๆอะไรซัก
อย่าง วนกันเข้าไปพี่น้อง...หาที่จอดได้ก็เดินเข้าจุฬา ตาโน้ตเป็นนิสิตที่
เตรียมตัวมาพร้อมอย่างดี ป้ายชื่อยังมีติดอยู่ที่สูทและชุดครุย ส่วนเนคไท
มีป้ายราคาห้อยอยู่อย่างเงียบๆ -*- เมิงช่วยเอาออกหน่อยได้มั๊ย อายเค้า
วันนี้ขวัญทำหน้าที่เป็นตากล้องและผู้หิ้วของ พอเจอเพื่อนๆตาโน้ตปุ๊บก็
ถ่ายๆๆ กดชัตเตอร์ไม่มียั้งด้วยความเร็ว 0.001 วินาที...เวอร์ไปหรอ???
เอาเป็นว่ากุก็ถ่ายตามที่คิดว่ามันสวยละกัน วันนี้เลยเอาฝีมือการถ่ายรูปมา
ฝากในสเปซด้วย
![]() คนจองถ่ายกับป้ายหน้าคณะเยอะมาก เลยถ่ายแนวเฉียงจากด้านล่างเก๋ๆ
นิสิต : ทำไมไม่ช่วยเช็ดเหงื่อกรูด้วยฟระ
ตากล้อง : ไม่ใช่หน้าที่กรู
![]() ตาโน้ตกับพี่โบว์ ถ่ายจากบนลงล่าง แสงกะลังดีเลย
![]() จัดท่าให้พี่ๆเล่นแม่งูเอ๋ย กินน้ำบ่อไหน
![]() เอ้าก้มค่ะ ก้ม
![]() ท่านี้พี่ๆครีเอทเอง ตากล้องไม่เกี่ยว
![]() ตากล้อง : เหมือนท่าขอส่วนบุญเนาะ
อันนี้...ใครไม่รู้จักเพลง sorry sorry ของ SJ ก็คงไม่ฮา ท่านี้นิสิตโน้ต re
quest
![]() ท่าอีแอบ
![]() เจอพี่เพลินด้วย >///< สวยกว่าเดิมอีก ออร่ากลบตากล้องหมดแว้ว
พอหอมปากหอมคอเนาะ รูปเอามาลงแค่นี้ ขี้เกียจโพส จิงๆมีอีกบาน
กว่าตาโน้ตจะรอเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆถ่ายรูปแสดงความยีดิน ยินดีจนเสร็จ
ก็ 5 โมง เหนื่อยและร้อนมาก (ดูได้จากความมันบนใบหน้า) สองศรี
พี่น้องก็เดินออกจากจุฬาขึ้นไปยังที่จอดรถบนห้างจาม...ฮัดชิ้ว...จุรี
ตอนเดินมาถึงรถก็สังเกตเห็นแล้วล่ะว่ารถมันติดขึ้นมาถึงชั้น 9 ลงไม่
ได้ แต่ด้วยความที่คิดว่าน่าจะทยอยกันลงทำให้เราตัดสินใจสตาร์ทรถ
ไปเข้าคิวลงจากอาคาร...มันเป็นอะไรที่ผิดพลาดอย่างแรง เมื่อเวลา
ผ่านไป 1 ชั่วโมงครึ่ง จากชั้น 9 เราลงไปได้แค่ชั้น 7...รถติดจากถนน
ขึ้นมาบนห้างอ่ะ เป็นไปได้คับพี่น้อง เพราะว่าทุกคนอยากสบาย ทุกคน
เอารถมา ทุกคนจอดรถบนห้าง แล้วทุกคนก็เจือกจะกลับพร้อมๆกัน
เง้อออออ พาลเอานิสิตและตากล้องหุดหิด ไม่กลับบ้งกลับบ้านมันแร้ว
ไปเดินเล่นในห้างดูนู่นดูนี่ก่อนดีกว่า เสียสุขภาพจิตชะมัด...เราออกไป
ดูลาดเลาตรงทางออกห้างตอนทุ่มครึ่ง เห็นว่ารถเริ่มคล่องตัวถึงได้
สตาร์ทรถอีกครั้ง จากห้างถึงบ้านใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมง เหอๆ so tired
and exhaust and moribund กลับมาตากล้องอาบน้ำนอนทันที สงสาร
ก็แต่นิสิตที่มีงานต้องส่งวันอังคาร เลยต้องอยู่ทำงานจนดึกดื่นอีก ยังไง
ก็ยินดีด้วยนะ ไอ้พี่ชาย จบป.โทซะที June 10 Mahidol Universityขวัญเปิดเทอมใหม่แล้ว ป.โทสอบติดที่มหิดล เรียนเป็นภาคอินเตอร์ด้วย
ห้องเรียนเล็กๆกับเพื่อนใหม่รวม 14 คน เอ๊ะ อ้อมกับป๊อกไม่ถือเป็นเพื่อน
ใหม่เนาะ ^^ แต่ตอนนี้เหลือ 13 คนแล้ว เพราะอ้อมสอบบรรจุได้ในเขต
กรุงเทพ แล้วแม่เค้าอยากให้ทำงานมากกว่า อ้อมเลยลาออก เสียดายจัง
อ.ที่นี่ดู friendly ดี มานั่งคุยยังกะเป็นเพื่อนกันเลย ส่วนเวลาสอนก็เต็มที่
นะ มีขู่ด้วยว่าเรียนที่นี่ไม่ง่าย ยิ่งเรียนคนยิ่งน้อยลง แถมเกรดวิชาบังคับก็
ไม่ควรได้ต่ำกว่า B (70-79) ถ้าต่ำกว่าต้องเรียนใหม่ =[]=...เอาล่ะสิ จะ
จบภายใน 2 ปีมั๊ยเนี่ย เริ่มหนาวๆร้อนๆแระ แต่ก็จะทำให้ดีที่สุดตามแบบ
ที่ขวัญเป็นละกัน สู้เว้ยยยยย
ที่มหิดลจะมีตลาดนัดทุกวันศุกร์ ของกินตรึม เสื้อผ้าก็มี เคยไปเดินกับ
เพื่อนสมัยประถม มิค แพรว บอล ชิน ตั๋ง ก่อนเปิดเทอมมาทีนึง ถ้าเทียบ
กับตลาดนัดวันพุธของศิลปากร น่าจะมีของน้อยกว่า ส่วนเด็กที่นี่ค่อนข้าง
จะมีฐานะดี เพราะสังเกตตอนเดินออกมาจากคณะจะเห็นรถงามๆ อย่าง
มาสด้า 3 เบ๊นซ์ ออดี้ ฯลฯ เรียงกันให้รึ่มยังกะโชว์รูมรถมาเอง มีทั้งป้าย
ดำ ป้ายแดง ในขณะที่พี่ป.โทอย่างกรูใช้พาหนะที่เรียกว่า "ขา" ในการ
เดินทาง...ก็ไม่มีตังค์นี่ T_T ยังดีที่มีบริการรถรางรอบม. มีสายสีแดง
เหลือง เขียว น้ำเงิน ไม่งั้นเดินกันน่องโป่ง รถตู้กับรถบัสมหาลัยก็มีนะ
รถพวกนี้จะมีเวลาออก สามารถดูได้จากตารางเวลาตรงป้ายที่เรารอรถ
ถ้าเป็นศิลปากรก็ต้องจักรยานครองเมือง เด็กแต่งตัวแนวๆ เอาความ
สะดวกสบายเป็นหลัก เรื่องที่ว่ามีรถขับเองน่ะ...หายาก อีกอย่างที่ต่าง
คือมหิดลมีผู้ชายที่ดูดีมากกว่าศิลปากร อิอิ จะว่าไปก็คิดถึงศิลปากร
นะ เพื่อนๆตอนนี้กำลังเป็นคุณครูตามรร.ต่างๆ มีแค่ไม่กี่คนที่เล่นเนต
ออนเอม ฟ้าบอกว่าจะเผารร. เง้อออ ทิพโทรมาปรึกษาว่าจะเริ่มสอน
ยังไง สื่อไม่พร้อม อุปกรณ์ไม่มี แจ๊ะต้องสอนวิชาคอมนอกเหนือจาก
อังกฤษด้วย บีทำงานไปเรียนไป แต่ละคนก็บ่นว่าเหนื่อยทั้งนั้น...ยิ่ง
โตยิ่งลำบาก ท่าจะจริง May 18 ตลาดน้ำตลิ่งชันเมื่อวานไปเที่ยวตลาดน้ำมา กะจะพาจอห์นกับการไปเที่ยว แต่ตอนตี 5
จอห์นส่ง sms มาบอกว่าแฮงค์ สงสัยจะไปเที่ยวด้วยไม่ไหว =..= แล้ว
ทำมาบอกว่าคิดถึงขวัญ จอห์นนะจอห์น ก็เลยไปกันแค่สองคน วันนี้คน
เยอะเพราะเป็นวันอาทิตย์ ถ้าจะเอารถมาต้องคิดหนักหน่อย หาที่จอดยาก
ส่วนวันธรรมดาคนน้อย แต่ร้านที่มาขายของก็น้อยตามไปด้วย ตามราย
ทางมีอาหารมากมายทั้งลูกชิ้นปิ้ง ขนมใส่ไส้ น้ำเก็กฮวย ขนมลูกตาล
บาบีคิว หอยทอด ขนมเบื้องญวน ฯลฯ ไอ้ที่ไม่ใช่ของกินก็มีพวกต้นไม้
เสื้อผ้า เดินตรงไปเรื่อยๆจะเป็นแพ มีร้านอาหารแบบสั่งมานั่งกินกับโต๊ะ
อาหารบนแพจะมีพวกอาหารทะเล ปลา ปู กุ้ง แต่ก็มีก๋วยเตี๋ยว หมูสะเต๊ะ
ส้มตำ ยำด้วย พอท้องอิ่มก็ไปล่องเรือเล่นกัน มีพาไปสวนกล้วยไม้กับ
สวนงู ตอนแรกจะไปดูสวนกล้วยไม้ แต่เรือรอบต่อไปเต็มพอดี ถ้าจะรอ
ก็นู่น...รอบบ่าย 2 คนขายตั๋วเลยแนะว่าถ้าไปสวนงูก็ไม่ต้องรอ เรือพร้อม
ออกทันที เลยตกลงไปสวนงูแทน ก็เสียตังค์คนละ 150 แล้วลงเรือ...แต่
นั่งเรือไปไม่นานฝนก็ตก ตกหนักซะด้วย โฮกกก ถ้ากุรอไปสวนกล้วยไม้
คงไม่เปียกอ่า T_T" อุตส่าห์พาการมาด้วยทั้งทีดันพามาลำบาก อิอิ :p
เราเปียกกันไปเรื่อยๆพอพ้นกลุ่มเมฆดำๆก็ไม่มีฝนอีกเลย เย้ ดีจัง ^o^
![]() สองข้างทางเป็นบ้านเรือน บางบ้านดูแข็งแรงดี บางบ้านก็เสาค้ำผุ เกิดวัน
ดีคืนดีน้ำเชี่ยวพัดเอาบ้านลอยไปตามน้ำคงสนุกน่าดู กร๊ากกกกกก
![]() นอกจากบ้านคนก็ยังมีวัดเยอะมาก ไกด์บอกให้ดูวัดฝั่งซ้ายที ขวาทีสลับ
ไปมาเป็นการบริหารคอไปในตัว =..= ในรูปนี้ผ่านวัดอะไรไม่รู้ อ่านชื่อ
ไม่ทันแต่ถ่ายรูปมาทัน พระประธานองค์ใหญ่มากกก
![]() อันนี้วัดใหม่ยายนุ้ย อยู่ตรงข้ามสวนงูธนบุรี สวนงูจะเป็นที่แรกที่เรือจอด
ให้เข้าชม
![]() ที่นี่มีแสดงโชว์กรุบกริบ รูปนี้พี่คนนี้เค้าจับงูสามเหลี่ยมด้วยปากแล้วคาบ
ขึ้นมาเต๊ะท่าโชว์...ระวังนะเพ่ งับแรงเด๋วคุณงูปล่อยพิษใส่ปากเอา หลัง
จากนั้นก็มีงูเหลือมหรืองูจงอางไม่รุ ตัวใหญ่ม๊ากก ต้องช่วยกันหิ้ว 4 คน
เค้าจับงูให้มันอ้าปากเพื่อจะให้ผู้ชมดูฟันและเขี้ยวแหลมๆ ไอ้เราก็สนใจ
อยากดูเลยมองเข้าไปใกล้ๆ มีพี่คนนึงแกล้งปล่อยงูหล่นใส่ซะงั้น สงสัย
อยากให้สาวๆกรี๊ดเล่น แต่...วริษฐาเงียบ - -" ก็กุไม่กลัวงูอ่ะ ขอโต๊ดละ
กัน ที่ทำเสียบรรยากาศ คราวหน้าพี่เปลี่ยนเป็นตะขาบนะ วริษฐาจะกรี๊ด
ให้อย่างดังเลย หรือจะให้ดีเปลี่ยนเป็นปล่อยแมลงสาบนั่นแหละ ผู้ชม
ทุกคนจะช่วยพี่กรี๊ดดังสมใจ 555
![]() ดูโชว์งูเสร็จก็เหลือเวลาดูสัตว์อื่นๆต่อ 10 นาที มาถูกใจไอ้ตัวนี้สีสวยดี
เลยถ่ายเก็บไว้ นอกจากกิ้งก่าแล้วก็มีหมีควาย ตะพาบ ชะนี เก้ง เกย์
เอ๊ย ไม่ใช่ๆ อิอิ
![]() ตัวนี้แรด...ซะเมื่อไหร่ -*- กุไม่ได้กินนอนในสวนสัตว์นะเฟ้ย แล้วแรด
ที่ไหนจะน่ารักได้ขนาดนี้ 555555555 รูปนี้การถ่ายออกมาสวย ยกเคร
ดิตให้ซะหน่อยเพราะเจ้าตัวภูมิใจมากกก
![]() ตัวนี้หมู...อ่ะ ล้อเล่นนน ครือว่ากุจะถ่ายชื่อวัดแต่เฮียแกยืนไม่ขยับเลย
กุก็ต้องจำใจถ่ายติดร่างอันอวบอิ่มของเฮียแกมาด้วย =..= ที่ๆ 2 ที่เรือ
จอดให้ชมคือวัดปากน้ำภาษีเจริญ ไกด์พามาไหว้หลวงพ่อสดกัน
![]() อาคารไม้ชั้น 2 เป็นที่เก็บร่างของหลวงพ่อสด ข้างในตกแต่งอย่างหรู
![]() ก่อนกลับไกด์แวะวัดปากน้ำใต้ให้อาหารปลากันแบบริงไซด์ เวลาจะให้
อาหารปลาควรหุบปาก (ปากคนนะ ไม่ใช่ปากปลา) เพราะเราไม่ได้อยู่
บนท่าแต่อยู่บนเรือ มันเลยเสี่ยงที่น้ำจะกระเซ็นเข้าปาก แต่ใครที่อยากรู้
ว่าน้ำปลาที่ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์ตราวัดปากน้ำใต้อร่อยแค่ไหนก็ลอง
อ้าปากดู เด๋วก็ได้ชิม อิอิ สรุปแล้วทริปนี้โอเคดี ใครอยากไปยกมือขึ้น May 07 Good morningหลังจากการพักผ่อนยามค่ำคืนที่แสนสบาย อะไรกันนะที่ปลุกให้ชั้นลืม
ตา แสงสว่างค่อยๆผ่านเข้ามาเหมือนอย่างเคยและเพดานสีขาวคือสิ่งแรก
ที่ชั้นเห็น
'เฮ้ออออออออ เช้าแล้วสินะ'
แม้จะลุกขึ้นนั่งแล้ว แต่ร่างกายยังหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงไว้ด้วยโลหะ มือ
ของชั้นคว้าเอานาฬิกาข้างตัวขึ้นมาดู
'6.40 เอง'........"ฟุ่บ"
เสียงล้มตัวลงบนหมอนอันนุ่มนิ่มสื่อว่า 'ขออีก 5 นาทีละกัน' ชั้นนอนพลิก
ไปพลิกมาด้วยความเกียจคร้านจนได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างนอกประตู
"แง้วๆ"
เจ้าลูกแมวที่ชั้นเลี้ยงไว้นั่นเอง
"แง้ว"
'ทำไมมันร้องนะ แม่ไม่ได้พามันออกไปเดินเล่นนอกบ้านเหรอ' ชั้นคิด
"เมี้ยว"
ชั้นจะทำไม่สนใจ เพื่อนอนต่ออีกหน่อยก็ได้ แต่เสียงมันฟังดูเหงาๆยังไง
ชอบกลแฮะ สิ่งนี้แหละที่ทำให้ชั้นต้องยันกายขึ้นมาอีกครั้ง
"แกร่ก...แอ๊ดดด"
ประตูไม้ถูกเปิดออก ตามมาด้วยร่างของชั้นเอง
"แง้วๆ"
เจ้าแมวน้อยวิ่งปราดมาอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นร่างของเจ้าของมัน แล้วเอาขา
หน้าทั้ง 2 โอบเกาะขาชั้นไว้
'พาผมออกไปข้างนอกทีสิคับ'
ชั้นตีความเอาเองจากสายตาปิ๊งๆที่มันมอง อดไม่ได้ที่จะต้องอุ้มเจ้าตัวเล็ก
ขึ้นมาหอมฟอดนึงด้วยความหมั่นเขี้ยว
"อยากออกไปข้างนอกล่ะสิ ไอ้ตัวยุ่ง"
ชั้นพูดพลางเปิดประตูมุ้งลวดเพื่อพาเจ้าแมวน้อยออกไปเดินเล่นนอกห้อง
รับแขก อากาศยามเช้าทำให้ชั้นสดชื่นขึ้น ลมเย็นๆที่พัดมาทำเอาขนยาวๆ
ของเจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนปลิวไหว หลังจากที่ปล่อยให้มันเป็นอิสระแล้ว
ชั้นเดินไปนั่งบนชิงช้าที่อยู่ริมสนามหลังบ้าน เสียงเอี๊ยดอ๊าดของมันทำลาย
ความเงียบลง ชั้นเงยหน้าและมองเห็นท้องฟ้าแบบที่ชั้นชอบ...มันเป็นสีฟ้า
ไม่มีเมฆ ดูสดใสราวกับว่ามันกำลังหัวเราะให้กับโลกใบนี้ April 23 อยู่ในช่วงกรอบ - -"เมื่อวันที่ 20 ขวัญไปรายงานตัวที่มหิดลกับป๊อกและอ้อม เรานัดเจอกันที่
เซ็งท่านปิ่นตอน 11 โมง พอเจอป๊อกก็นั่งเม้าท์เรื่องชุดป.โท ไม่รู้จะใส่
แนวไหนดี อยากใส่กางเกงก็ดูไม่ค่อยเรียบร้อย ต้องใส่กระโปรงแต่มัน
ก็ไม่ชิน แนวก็ต้องออกหวานๆ ซึ่งขวัญชอบใส่แบบเท่ห์ๆมากกว่า >[]<~
วันนี้ไปรายงานตัวเลยกะจะไปส่องว่าหาเสื้อแบบไหนใส่ได้มั่ง พออ้อมมา
เราก็นั่งรถตู้ไปลงมหิดลแล้วข้ามสะพานลอยไปขึ้น 2 แถว ที่ผ่านสาย 5
เพื่อไปลงศูนย์แพทย์กาญจนาภิเษก...โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าต้องลงป้ายไหน
ยังดีที่พี่คนขับช่วยบอก ไม่ปล่อยให้เราเหวอเป็นเด็กกรุงออกบ้านนอก
พอขึ้นตึกได้ก็งงต่อว่าจะเดินไปชั้นไหน จุดไหน มารายงานตัวในรพ.นี่ลำ
บากดีแท้...พอดมๆจนมาเจอเพื่อนก็นั่งคุยกัน เห็นว่ามีคนที่สละสิทธิ์ 2 คน
คือออดกับหวาน เลยเหลือกัน 9 คน มีขวัญ ป๊อก อ้อม น้องขวัญ แม้ว จูดี้
เตย นก ฟ้า เราคุยกันตลอดเวลาจนคนรอบข้างเริ่มมอง เพราะต่างคนต่าง
ยังไม่สนิทกันดีแต่ทำไมอีกลุ่มศิลปศาสตร์มันจ้อกันไม่หยุด 555 ที่เป็น
แบบนี้ because of her(จูดี้) นั่นแหละ ดีแล้ว ชอบบรรยากาศเป็นกันเอง
พอเที่ยงครึ่งก็เริ่มตรวจหลักฐาน ขึ้นทะเบียนนศ.เสียตังค์ไป 1000 แล้ว
ก็มีค่าตรวจสุขภาพอีก 500 เสียตังค์เสร็จก็ไปถ่ายรูปเพื่อทำบัตรนศ. พอ
ถึงคิวจูดี้ she ก็เดินเข้าไปนั่งไขว่ห้างอย่างมาดมั่น ทำหน้าเซ็กซี่...จะถ่าย
แบบเร๊อะ 555 พี่คนถ่ายรูปก็ขำใหญ่เลย ถ่ายรูปเสร็จก็ขนกันไปตรวจร่าง
กาย มีตรวจฟัน ตรวจสายตา X-ray ตรวจปัสสาวะ ตลกช่วงตรวจสายตา
เค้ามีตรวจตาบอดสี ก็จะมีให้ดูรูปจุดสีที่มีตัวเลขซ่อนอยู่แล้วให้เราบอกว่า
เห็นเลขอะไร...น้องขวัญปล่อยไก่ตัวนึง จะมีอยู่ 2 หน้าที่ไม่มีตัวเลขซ่อน
อยู่เลย แต่น้องขวัญมั่วเลขเอาเองได้ 1 ตัว พี่พยาบาลก็บอกว่าไม่มีตัวเลข
นะคะ...แป่ว ตอน X-ray ก็ฮาจูดี้ มันต้องถอดเสื้อในออกแล้วใส่เสื้อที่
ทางรพ.เตรียมให้
จูดี้ : ไม่ถอดได้มั๊ยอ่ะ เราก็ไม่ได้ใส่เสื้อในแบบมีโครงนะ
น้องขวัญ : ถอดไปเถอะ จะได้ตรวจเสร็จทีเดียว ไม่ต้องถอดหลายรอบ
จูดี้ : คือมันโกยลำบากอ่ะ กว่าเราจะโกยได้เป็นครึ่งชั่วโมงเลยนะ
ถอดเสร็จจูดี้ก็บรรยายว่ามันโล่งโจ้ง เย็นๆ ทั้งๆที่ห้องเปลี่ยนเสื้อมีคนอื่น
อยู่ด้วย คนที่รอก็ยืนยิ้มๆ เวงกรำ ไม่อายกันเลยเนาะ ^^" ตอนที่ตรวจฉี่ก็
อีกรอบ น้องขวัญปวดมาก รอจะตรวจฉี่มานานแระ
น้องขวัญ : สงสัยจะได้ฉี่ล้นขวดแน่ๆเลย
ขวัญ : น้องขวัญขอขวดเค้า 2-3 ขวดสิ 555
ป๊อก : เอานี่ดีกว่า ขวดโค้กลิตรน่ะ
โอ้ว คิดได้ไง พี่เค้าจะเอาไปตรวจนะ ไม่ได้เอาไปอาบ -..- ไม่ว่าจะเดินไป
ตรวจจุดไหนก็รู้สึกได้ว่าเป็นกลุ่มที่เสียงดังที่สุด และทำให้พี่ๆพยาบาลฮา
ได้ทุกจุด สนุกดี...กว่าจะเสร็จทุกอย่างก็ 3.30 หิวมากกกกกกกกกกกก
นั่งรถมาลงเมเจอร์แล้วหาอะไรใส่ท้องทันที กินเสร็จก็ไปเจอต้อมแล้วไป
เดินดูชุดกันว่าแบบไหนควรใส่ แบบไหนไม่ควร เรื่องเสียตังค์ยังเสียได้อีก
พอวันรุ่งขึ้น แม่บอกว่าให้เอาซูกัสไปฉีดยา...ตอนเย็นขวัญเลยเอาเจ้าตัว
เล็กไปหาหมอ ว่าจะให้ฉีดพิษสุนัขบ้าก่อนที่มันจะติดเชื้อจากขวัญ *w*
หมอเค้าดูหูก่อนแล้วบอกว่าจะตรวจไรในหูให้ด้วย หมอก็เอาคัตต้อนบัตจิ้ม
หูมันแล้วเอาไปส่องกล้องจุลทรรศน์ ปรากฏว่ามีไรเยอะแยะ ตัวกลมๆ มีขา
งอกออกมา 5-6 ขา หน้าตาประหลาดมาก หมอเลยทำความสะอาดให้ เอา
ยาหยอดแล้วเช็ดด้วยสำลี ซูกัสก็ดิ้น+ร้องเสียงดัง ขวัญเคยคิดจะทำความ
สะอาดให้แต่ด้วยความที่ไม่รู้ pattern หูมัน ไม่รู้ว่าตรงไหนโดนแล้วเจ็บ
เลยเช็ดแค่ใบหูข้างนอก เช็ดเสร็จซูกัสกระโดดมากอดขวัญแน่นเลย ชนิด
ที่ว่าไม่ต้องเอามืออุ้มตัวมัน มันก็ห้อยอยู่บนตัวขวัญได้ สงสัยกลัวมาก ^^
หมอกลับมาอีกครั้งพร้อมป้อนยาถ่ายพยาธิและฉีดยาไข้หัด-หวัดแมวให้
รวมทั้งให้ยาเอามาหยอดหูซูกัสอีกหลอด รวมทั้งหมดก็ 400 บาท ออกเอง
หมดเลยเพราะออกปากไปแล้วว่าขวัญจะรับผิดชอบเจ้าตัวเล็กทุกอย่างเอง
พอพากลับมาบ้านมันก็ยังไม่มีอาการอะไร สงสัยว่าพรุ่งนี้คงจะซึมๆเพราะ
ฤทธิ์ยาอ่ะแหละ
|
||||
|
|